ปัจจุบันนี้สังคมไทยได้เปลี่ยนแปลงไปมาก การมีเพศสัมพันธ์เป็นสิ่งที่เปิดมากขึ้น เราจึงพามาเรียนรู้วิธีคุมกำเนิดแบบถูกต้องกันค่ะ

 

ปัจจัยการเลือกวิธีคุมกำเนิด

1.การเลือกวิธีคุมกำเนิดขึ้นกับปัจจัยหลายๆ อย่างเช่น สุขภาพ ความถี่ของการมีเพศสัมพันธ์ จำนวนของคู่นอน ความต้องการมีบุตรในอนาคต

2.วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันการตั้งครรภ์ และปลอดจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์คือการไม่มีเพศสัมพันธ์

3.ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอควรจะใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาฉีด ใส่ห่วง

4.ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ไม่บ่อย ให้ใช้ ถุงยางอนามัย

5.ผู้ที่มีคู่นอนหลายคนหรือต้องการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ให้ใช้ถุงยางอนามัย

6.ถ้าไม่แน่ใจว่าแฟนมีโรคติดต่อหรือไม่ ไม่ควรที่จะมีเพศสัมพันธ์ด้วย

7.ผู้มีเพศสัมพันธ์โดยไม่มีการวางแผน เช่น ถูกข่มขืน ควรใช้ยาคุมฉุกเฉิน

 

 

ยาเม็ดคุมกำเนิด

1. ปัจจุบันวิธีคุมกำเนิดที่ได้รับความนิยมสูงสุด และใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลกคือ การใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด ปัจจุบันยาเม็ดคุมกำเนิดมีประสิทธิภาพสูงมากในการป้องกันการตั้งครรภ์ และมีอาการข้างเคียงน้อย นอกจากนี้ยาเม็ดคุมกำเนิดยังมีประโยชน์ในการลดโอกาสเกิดโรคต่างๆ ทางนรีเวช เช่น การตั้งครรภ์นอกมดลูก ถุงน้ำรังไข่ และการอักเสบในอุ้งเชิงกราน เป็นต้น

 

2. ยาเม็ดคุมกำเนิดที่ใช้กันโดยทั่วไปเป็นชนิดฮอร์โมนรวม ซึ่งหมายถึง ฮอร์โมนสังเคราะห์เอสโตรเจนและโปรเจสติน ฮอร์โมนทั้งสองชนิดมีหน้าที่หลักในการระงับการตกไข่ และทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกไม่เหมาะสมกับการฝังตัวของไข่ที่ถูกผสมแล้ว นอกจากนี้โปรเจสตินยังทำให้มูกที่ปากมดลูกเหนียวข้น ทำให้อสุจิผ่านได้ยาก และมีผลโดยตรงต่อตัวอสุจิทำให้ไม่สามารถผสมกับไข่ได้

 

3. ยาคุมกำเนิดชนิด 28 เม็ด มีฮอร์โมนจริงๆ 21 เม็ด + เม็ดแป้ง 7 เม็ดเพื่อป้องกันการลืมรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดแผงใหม่ สำหรับยาคุมกำเนิดชนิด 21 เม็ด เป็นฮอร์โมนทั้ง 21 เม็ด เมื่อรับประทานหมดแผงแล้ว 7 วัน แล้วจึงเริ่มยาแผงใหม่

 

4. ยาคุมชนิด 24 เม็ด + เม็ดแป้ง 4 เม็ด ช่วยให้ฮอร์โมนในร่างกายคงที่ขึ้น อาการเหวี่ยงวีน หงุดหงิด ไม่สบายตัวจากฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงก็จะลดน้อยลง

 

การสวมถุงยางอนามัย

เป็นวิธีคุมกำเนิดที่ง่ายสะดวก และมีความปลอดภัย ในการป้องกันการตั้งครรภ์ และป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น เอดส์ หนองใน แผลริมอ่อน ซิฟิลิส แต่ไม่อาจป้องกันการติดเชื้อไวรัสมะเร็งปากมดลูกได้ค่ะ