“การมีเพศสัมพันธ์” นับว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร ถ้าถึงเวลาที่เหมาะสม รู้จักดูแล ป้องกันตัวเองให้ดี จะได้ไม่ต้องมาเสียใจ ตั้งครรภ์ มีลูกแบบไม่ตั้งใจ วันนี้จึงมีเรื่องที่คุณผู้หญิงควรรู้เกี่ยวกับการกิน “ยาคุมฉุกเฉิน” มาแนะนำค่ะ

 

ยาคุมฉุกเฉินที่จำหน่ายในประเทศไทยในปัจจุบัน มีอยู่ 2 รูปแบบ คือ แบบดั้งเดิมที่มี 2 เม็ด และแบบใหม่ที่มีเม็ดเดียว โดยยาคุมทั้ง 2 ชนิดนี้จะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ในกรณีที่ฉุกเฉินจริงๆ เช่น มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันและไม่เคยกินหรือฉีดยาคุมมาก่อน สำหรับประสิทธิภาพในการป้องกันจะอยู่ที่ประมาณ 85% ซึ่งนั่นไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสตั้งครรภ์เลย แต่อาจมีโอกาสพลาดเพียงน้อยนิดเท่านั้น

 

วิธีการกินยาคุมฉุกเฉินทั้ง 2 ประเภท ดังนี้

 

1. ยาคุมกำเนิดแบบ 1 เม็ด ยาคุมกำเนิดเม็ดเดียว

เป็นยาคุมกำเนิดรูปแบบใหม่ในประเทศไทย ชนิดที่มีตัวยาลีโวนอร์เจสเตรล (Levonorgestrel)  ซึ่งเหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการความสะดวก โดยรับประทานเเค่เม็ดเดียวก็สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้

วิธีใช้ คือ รับประทาน 1 เม็ดครั้งเดียว ภายใน 120 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ แต่ยิ่งเร็วก็ยิ่งดีค่ะ โดยพบว่า หากรับประทานภายใน 0 – 72 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ จะมีอัตราการตั้งครรภ์ต่ำกว่าการรับประทานในช่วง 72 – 120 ชั่วโมง แต่เมื่อใช้ยาแล้ว อาจพบผลข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ วิงเวียน อ่อนเพลีย

 

2. ยาคุมกำเนิดแบบ 2 เม็ด

วิธีใช้ คือ กินเม็ดแรกให้เร็วที่สุด หลังจากมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกันทันที โดยไม่ควรเกิน 72 ชั่วโมง และจะต้องกินยาเม็ดที่สองหลังจากกินเม็ดแรกไม่เกิน 12 ชั่วโมง หากมีการอาเจียนภายใน 2 ชั่วโมงหลังกินยาแต่ละเม็ด ต้องกินยาใหม่ และไม่แนะนำให้กินยาเกิน 4 เม็ด หรือ 2 กล่อง ต่อเดือน

 

ผลข้างเคียงของยาคุมฉุกเฉิน

– ประจำเดือนอาจคลาดเคลื่อน ทำให้มาช้าหรือเร็วกว่าปกติ

– อาจมีเลือดออกกะปริดกะปรอยออกมาระหว่างเดือน

– ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ เวียนหัว เจ็บคัดเต้านม

– ซึมเศร้า วิตกกังวล เกิดการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์