ถ้างานเดียวทำให้เราไม่มีเงินมากพอ ปี 2019 นี้ ควบสองงานสิคะรออะไร มาดูข้อดีของการทำงานเพิ่มกันค่ะ #ผู้หญิงไม่ยอมแพ้

 

การมีอาชีพเพิ่มขึ้นก็เหมือนซื้อประกัน คุ้มครองชีวิตไว้ก่อนเพราะเราไม่รู้เลยว่าเมื่อไหร่งานประจำที่ทำอยู่จะถูกยกเลิกจ้าง แถมในยุคนี้อะไรก็แพง ไม่มีเงินอยู่ยาก คนยุคใหม่แบบเรา โดยเฉพาะคนวัยละอ่อน first jobber ทั้งหลายยิ่งต้องคิดถึงเรื่องอาชีพที่สองเอาไว้เลย เพราะมันสำคัญมากจริงๆ

 

เงินเข้ารัวๆ

แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความขยัน เราว่าการมีงานเพิ่มก็เหมือนซื้อประกันไว้ ได้เงินทุกเดือน หรือเป็นจ๊อบๆ ขึ้นอยู่กับความขยัน แต่อย่างน้อยก็ยังดีกว่ามีรายรับทางเดียว โดยเฉพาะคนที่เงินเดือนไม่ถึงสองหมื่นยิ่งต้องคิดหนัก เพราะทุกวันนี้ค่าครองชีพสูง ค่าข้าว ค่าเดินทางวันนึงก็หมดไปหลายร้อยบาทแล้ว บางคนใช้เงินเดือนชนเดือน ไม่มีเงินเก็บ แต่ถ้ามีอาชีพที่สองก็ยังพอจะได้หายใจหายคออยู่บ้าง

 

ฝึกบริหารเวลา

มาร์คไว้เลยสำหรับคนที่ทำงาอยู่แล้วหันมารับฟรีแลนซ์ คนที่จะรับงานเพิ่มต้องฝึกบริหารเวลาให้เป็น อย่างจันทร์ถึงศุกร์ ทำงานประจำ วันเสาร์-อาทิตย์ ลุยงานนอก หรือจะเลือกเวลาทำตอนกลางคืนหลังเลิกงานก็ยังได้ ที่สำคัญคือทำให้ดีทั้งสองอย่าง

 

กันพลาด

ตกงานที่นึงยังมีรายได้ มีงานอีกทางเข้ามาช่วย คนตกงานส่วนใหญ่เวลาไม่มีงาน ไม่มีเงินจะรู้สึกดาวน์ หลงทิศหลงทาง เพราะไม่รู้เลยว่าอนาคตจะเป็นยังไง จะหางานได้อีกทีเมื่อไหร่ เงินเดือนที่ได้ทบมาก็จะหมดอยู่รำไร แต่ถ้ามีงานสำรอง อย่างน้อยก็ยังพอมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

 

 

ฝึกสกิลเอาตัวรอด ดีลงานเป็น

งานที่สอง (ส่วนใหญ่จะเป็นฟรีแลนซ์) ฝึกให้เรามีสกิลการเอาตัวรอด รู้จักทำงานเป็น และดีลงานเก่ง ตอนแรกๆ เราไม่รู้หรอกว่าเรทราคาเท่าไหนที่รับได้ก็ต้องปรึกษาคนอื่นไปก่อน หรือรู้จักพลาดซะก่อน หลังจากนั้นเราจะต้องรู้จักฝีมือตัวเอง และดีลงานเป็น ถ้างานคุณภาพดี เรียกราคาสูงหน่อยก็ยังได้

 

สกิลอื่นก็สำคัญ

รู้เลยว่าชีวิตนี้ทำเป็นแค่พิมพ์เวิร์ดไม่ได้แล้ว อาชีพที่สองจะทำให้เราต้องหาทางฝึกฝน ไม่ว่าจะเข้าคอร์ส ซื้อหนังสืออ่าน หรือแม้กระทั่งเรียนออนไลน์ เปิดยูทูปทำตาม และสกิลเหล่านี้แหละที่จะทำให้เราได้งานใหม่ๆ ที่อาจจะได้รายได้มากขึ้นด้วย

 

ติมเต็มความอยาก สานฝัน

บางครั้งงานประจำไม่ตอบโจทย์เท่าที่คิดหรอก แถมยังมีความฝัน อยากลองทำนู่นทำนี่อีกมาก ไม่ว่าจะช่างภาพ ดีไซน์เนอร์ ทำแบรนด์เสื้อผ้าเอง หาจ็อบตัดต่อ ทำโปรแกรม ลองทำควบคู่กันไปเลย ได้ทำสิ่งที่ชอบสองสามอย่างก็สนุกดีเหมือนกัน

 

คอนเนคชั่นใหม่ๆ กับงานที่เพิ่มขึ้น

งานประจำจะทำให้เราได้คอนเนคชั่นแบบนึง ส่วนงานฟรีแลนซ์ก็จะได้คอนเนคชั่นอีกแบบนึง เราจะถูกเรียกตัว ถ้าทำงานออกมาดีก็มีคนแนะนำต่อๆ ไป เผลอๆ ได้งานใหม่ ท้าทาย และเงินดีกว่าเดิม

 

อัพเกรดเรซูเม่

ยิ่งเรามีสกิล ทำนู่นทำนี่เป็น พิมพ์งานได้ ใช้โปรแกรมต่างๆ ไม่ว่าจะวาดภาพ ตัดต่อ ลงสี แก้งานในโปรแกรมอื่นเป็น รู้จักวัสดุเยอะ และเคยทำมาหลายอย่างก็มีสิทธิ์ที่บริษัทจะรับเข้าทำงาน ยิ่งยุคนี้ถ้าพูดภาษาอังกฤษ และภาษาที่สามได้ด้วยแล้ว ยิ่งใช้อัพเงินเดือนได้เลย

 

สมองแล่นไม่หยุด

วิ่งงานนอก งานใน ทำนู่นนี่ไม่หยุด ทำงานหนึ่งเสร็จก็หันมาทำงานอีกอย่างนึง ไม่หยุดอยู่กับที่ เพิ่มเติมคือเราจะได้คิด ครีเอทงานใหม่ๆ ออกมาได้ไม่มีหยุด

 

ภูมิใจในตัวเอง

ความภูมิใจในตัวเองไม่ใช่แค่เกิดจากการมีงานทำเยอะๆ มีรายได้เยอะๆ แต่คือความรู้สึกภูมิใจที่เราสามารถเลือกทางเดินชีวิต ทำในสิ่งที่ชอบ และสามารถเลี้ยงดูคนในครอบครัวได้ มันคือแผนง่ายๆ ของคนทั่วไปที่อยากให้ชีวิตมีความสุข นี่แหละคือความภูมิใจในตัวเอง เป็นส่วนหนึ่งที่คนประสบความสำเร็จในชีวิตมี

 

เราคงไม่บอกว่าทุกคนเหมาะที่จะมีงานที่สอง สาม สี่ หรือถึงเวลาต้องเร่งหางานพิเศษอื่นๆ ทำหรอก เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับความพร้อมของเราเอง สิ่งสำคัญที่ต้องถามตัวเองก่อนจะหางาน หารายได้พิเศษเพิ่ม คือ เราอดทนมากพอมั้ย และเราจะขยันทำให้มันสำเร็จได้จริงๆ รึเปล่า ถ้าคำตอบคือ ใช่ งั้นก็ลุยเลย แล้วจะได้รู้ว่าการมีงานพิเศษให้อะไรกับเราอีกเยอะ

 

#ผู้หญิงไม่ยอมแพ้  #NeverSurrender