ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนก็อยากมีคุณค่าในสายตาผู้ชายที่เรารักกันทั้งนั้น แต่ก็คาดเดาไม่ว่า สิ่งที่เราเป็นหรือเคยเป็นจะโดนตัดสินแบบไหน ยิ่งอยู่ในสังคมที่มีนิยามคำว่า “กุลสตรี” ที่เคร่งครัด ยิ่งทำให้ผู้หญิงอย่างเราหวาดกลัวสายตาที่สังคมมองกลับมา แล้วผู้ชายยุคนี้มีมุมมองต่อผู้หญิงเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างไร เรามารู้คำตอบจาก คุณแบม-ปีติภัทร คูตระกูล กันค่ะ

 

หากสาวๆ ได้ติดตามรายการทีวีบ่อยๆ อาจจะคุ้นหน้าของคุณแบม-ปีติภัทร คูตระกูล พิธีกรมากความสามารถ ดำเนินรายการได้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ แถมโปรไฟล์ก็ดีจนอาจทำให้สาวๆ ยกให้เป็นผู้ชายในฝันเลยก็ได้ อีกทั้งมีมุมมองเกี่ยวกับผู้หญิงที่น่าสนใจ เข้าใจ และเปิดกว้าง สเปคผู้หญิงก็ยังเรียบง่าย ขอเพียงแค่เป็นคนที่มีทัศนคติดีเห็นคุณค่าในตัวเองและตัวเขาเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

 

“ มันก็แล้วแต่ว่าเราตีความคุณค่าของคนในบริบทไหน

อย่างถ้าเราไปสมัครงานก็จะมีคุณสมบัติระบุไว้

ถ้าครบถ้วน คุณก็จะมีค่าพอกับงานนั้น

แต่สำหรับคุณค่าของผู้หญิงแล้ว..ผมมองว่าคนที่มีทัศนคติที่ดีจะช่วยเสริมคุณค่าในตัวคนๆ หนึ่ง

พอมีทัศนคติดี..ทุกๆ อย่างก็ดีไปหมด

และแน่นอนว่า..นั่นคือคุณสมบัติของคนที่อยากอยู่ด้วย

ยิ่งเป็นคนที่เห็นคุณค่าในตัวเองและตัวเรา(คุณแบม)

ยิ่งทำให้ผมอยากอยู่ใกล้มากขึ้นครับ ”   

 

ถึงมีความต้องการที่ชัดเจน แต่ทุกอย่างก็อยู่ในเงื่อนไขของความรัก คนที่มาเป็นแฟนไม่จำเป็นต้องเพียบพร้อมถอดแบบจากจินตนาการออกมา เคยใช้ชีวิตที่ลองผิดลองถูกมาบ้างก็ไม่ใช่เรื่องผิด คุณแบมเองก็พร้อมทำความเข้าใจและให้โอกาสความรักของตัวเอง

 

“ ถ้าสมมติผมว่าผู้หญิงที่ผมรักเคยใช้ชีวิตที่เปิดกว้างมากๆ มาก่อน

อย่างเช่นอาจจะเคย One Night Stand หรือผ่านเรื่องต่างๆ มามากมาย

ผมก็เลือกที่จะทำความเข้าใจชีวิตของเค้านะครับ ว่าทำไม ณ ตอนนั้นทำไมเค้าถึงเลือกทางนั้น

เพราะเรื่องแบบนี้มันละเอียดอ่อนมากนะครับ

อย่างตอนที่ผมเรียนอยู่ต่างประเทศเคยได้ยินเรื่องที่ผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยนอนกับคนมากมาย

เพราะว่าเค้าเคยอยู่ในสภาพครอบครัว สภาพแวดล้อม ที่เต็มไปด้วยการล่วงละเมิดทางเพศ เลยทำให้เค้าเป็นแบบนั้น

สรุปคือ ผมเชื่อว่าทุกเรื่องมีมาที่ไป เราควรทำความเข้าใจ รับรู้ ไม่ใช่ตัดสิน

ทุกๆ คนควรได้รับโอกาสเริ่มใหม่ จากแผลในอดีตที่แก้ไขไม่ได้ ”

 

นอกจากมุมมองเรื่องความรักแล้ว มุมมองเรื่องสังคมของเขาก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เขาได้ตั้งข้อสังเกตว่า คนรุ่นใหม่มีความกล้าที่จะเป็นตัวเองในทางที่ถูกต้อง แต่ต้องไม่ส่งผลเสียต่อผู้อื่น ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรชื่นชมและสนับสนุนความกล้านี้ โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพแบบผู้หญิงๆ ถ้ากล้าเข้าไปถามผู้เชี่ยวชาญโดยตรงยิ่งเป็นเรื่องเป็นเรื่องที่ดีเพราะส่วนใหญ่ผู้หญิงจะค่อนข้างอาย ไม่กล้าพูด ไม่กล้าถาม เพราะกลัวสายตาคนรอบข้าง  แต่ตอนนี้เราสามารถพบผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจผู้หญิงได้ง่ายขึ้น เพียงเข้าไปในร้านขายยาที่มีป้าย “PHARMASIS – ร้านยาที่เข้าใจผู้หญิง” ก็สามาถามปรึกษาทุกเรื่องสุขภาพของผู้หญิงอย่างเข้าใจ ไม่ทำให้รู้สึกเขิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรคพื้นฐานจนถึงเรื่องเชิงลึก ก็พร้อมตอบคำถามด้วยความรู้และความเข้าใจ

 

“ ผมรู้สึกว่าคนรุ่นใหม่มีความกล้าที่จะเป็นตัวเองมาก

อย่างล่าสุดผมไปเดินหน้าห้างๆ หนึ่ง เห็นผู้หญิงที่อายุน้อยกว่าผม โพสต์ท่า ยืนถ่ายเซลฟีอยู่คนเดียว

ซึ่งเป็นเรื่องที่คนทำงานหน้ากล้องอย่างผมยังไม่กล้าเลย

คือถ้าทุกคนมีความกล้าแบบนี้ในเรื่องที่สำคัญต่อตัวเอง

เช่น มั่นใจในรูปร่าง สีผิว ของตัวเองแม้ว่าค่านิยมจะบอกเราว่าอย่างไร

หรืออาจจะเป็นการที่ผู้หญิงกล้าที่จะเข้าขอคำปรึกษา หรือ ซื้อยาคุมกำเนิดกับผู้เชี่ยวชาญ

ถ้าผมเห็นอะไรแบบนี้ด้วยตัวเอง ผมคงมองเค้าอย่างชื่นชม

ที่คนๆ นั้นกล้าที่จะรักตัวเองในทางที่ถูกต้อง ”

 

 

หลายๆ ครั้งปัญหาสังคม เริ่มจากการตัดสินคนอื่นโดยลืมนึกถึงใจเขาใจเรา ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วยการเรียนรู้โลกกว้าง ปรับทัศนคติให้เป็นบวก หยุดตัดสินผู้อื่น อาจเริ่มจากเลิกตัดสินผู้หญิงที่ไปซื้อยาคุมกำเนิดเป็นคนไม่ดี แต่ต้องเรียนรู้ประโยชน์ที่ถูกต้องของมัน รวมถึงเคารพเรื่องราวชีวิตของแต่ละคน  ถ้าทำได้ก็ถือเป็นการช่วยสังคมได้ไม่น้อย

 

“ พอพูดถึงยาคุมกำเนิด ผู้หญิงก็มักจะอาย ไม่กล้าพูด กล้าถาม

ซึ่งผู้ชายก็สามารถช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ แค่ไม่ล้อเลียน ไม่ตัดสิน

เรียนรู้ให้มาก เพราะเท่าที่ผมรู้ ยาคุม มีประโยชน์ต่อสุขภาพผู้หญิงหลายอย่าง

เช่น ช่วยปรับฮอร์โมน ลดสิว ไม่ได้จำกัดแค่เรื่องคุมกำเนิดเพียงอย่างเดียว

แต่ถึงจะซื้อใช้เพื่อคุมกำเนิดก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร

อยากให้เปิดใจและเลิกตัดสินผู้หญิงที่กำลังซื้อยาคุม รวมถึงเรื่องอื่นๆ ในสังคมด้วยครับ ”

 

จากเรื่องราวทั้งหมดจะเห็นได้ว่า คุณค่าของคนเรา ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย ขึ้นอยู่กับทัศนคติ การรู้จักเคารพตัวเองและผู้อื่น รวมถึงมีความกล้าคิด กล้าถามในเรื่องที่ไม่รู้ โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพแบบผู้หญิงๆ ยิ่งต้องกล้าเข้าหาผู้เชี่ยวชาญ เพียงเท่านี้ไม่ว่าจะเจอเรื่องไหนๆ ก็ไม่มีอะไรสามารถลดทอนคุณค่าในตัวเราได้อีกต่อไป