ตอบคำถามแบบเคลียร์ๆ กับปัญหาฮิตที่แชร์ต่อๆ กันมาอย่างอื้ออึงเหลือเกินว่า “ยาคุมฉุกเฉิน ห้ามกินเกิน 2 ครั้งในชีวิต จริงหรือเปล่า?” #ผู้หญิงไม่ยอมแพ้

 

ยาคุมฉุกเฉินกินบ่อยไม่ดีต่อร่างกาย แต่ที่บอกว่าห้ามกินยาคุมฉุกเฉินเกิน 2 ครั้งในชีวิต เรื่องนี้จริงหรือมั่ว !

 

วิธีคุมกำเนิดแบบ emergency ที่คิดออกเป็นอันดับแรก ๆ ก็ต้องยาคุมฉุกเฉิน แต่เอะอะจะมากินยาคุมฉุกเฉินพร่ำเพรื่อก็คงไม่ดีต่อสุขภาพ เพราะว่ากันว่ายาคุมฉุกเฉินกินเกิน 2 ครั้งในชีวิตจะส่งผลข้างเคียงต่อร่างกายมากขนาดเป็นข้อห้ามของสาว ๆ เลยทีเดียว แต่เดี๋ยวก่อนค่ะ…ข้อมูลนี้จริงแค่ไหน มาศึกษาให้รู้ชัด ๆ ไปเลยดีกว่า

ยาคุมฉุกเฉินห้ามกินเกิน 2 ครั้งในชีวิต จริงไหม ?

          ต้องบอกว่ายาคุมฉุกเฉินไม่ควรกินบ่อย แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นข้อห้ามว่าอย่ากินยาคุม 2 ครั้งในชีวิต เพราะจริง ๆ แล้วก็ยังไม่มีรายงานทางการแพทย์ถึงผลข้างเคียงในการกินยาคุมฉุกเฉินเกิน 2 ครั้งในชีวิตแต่อย่างใด ทว่าด้วยความที่ยาคุมฉุกเฉินประกอบไปด้วยยาที่เป็นฮอร์โมนขนาดสูง ดังนั้นจึงมีข้อแนะนำให้กินยาคุมฉุกเฉินอย่างถูกวิธี กล่าวคือ ควรกินยาคุมฉุกเฉินในกรณีที่จำเป็นจริง ๆ เช่น ถุงยางอนามัยฉีกขาด หรือกรณีถูกข่มขืน เป็นต้น
โดยวิธีกินยาคุมฉุกเฉินที่ถูกต้องคือควรกินยาคุมฉุกเฉินเม็ดแรกให้เร็วที่สุดหลังจากมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน หรือพลาดในการป้องกัน และควรรับประทานยาคุมฉุกเฉินเม็ดที่ 2 หลังจากรับประทานยาเม็ดแรกไม่เกิน 12 ชั่วโมง แต่หากอาเจียนหลังจากกินยาคุมฉุกเฉินภายใน 2 ชั่วโมง ต้องกินยาคุมฉุกเฉินแผงใหม่ทันที ทว่าก็ไม่แนะนำให้รับประทานยาคุมฉุกเฉินเกิน 4 เม็ด หรือ 2 กล่องต่อเดือน เพราะการกินยาคุมฉุกเฉินบ่อย ๆ ก็ไม่ดีต่อสุขภาพของสาว ๆ นะคะ

กินยาคุมฉุกเฉินบ่อย ๆ อันตรายแค่ไหน

ผลข้างเคียงของยาคุมฉุกเฉินในระยะสั้น ๆ มักจะเป็นอาการที่ไม่รุนแรงมากนัก เช่น ปวดท้อง  มีเลือดออกกะปริบกะปรอย คลื่นไส้ ประจำเดือนมาเร็วหรือมาช้ากว่าปกติ ซึ่งเป็นอาการที่ไม่จำเป็นต้องใช้ยารักษาแต่อย่างใด

ทว่าหากกินยาคุมฉุกเฉินบ่อย ๆ หรือกินยาคุมฉุกเฉินติดต่อกันนาน ๆ อาจได้รับผลข้างเคียง เช่น เกิดความผิดปกติที่รังไข่ เยื่อบุโพรงมดลูก รวมไปถึงอาจเพิ่มความเสี่ยงภาวะท้องนอกมดลูกถึง 2% เนื่องจากยาคุมฉุกเฉินเป็นยาที่ประกอบไปด้วยฮอร์โมนขนาดสูงนั่นเอง

ส่วนประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดนั้น ยาคุมฉุกเฉินจะคงประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดได้มากที่สุดก็ต่อเมื่อรับประทานยาได้เร็วที่สุด (หลังมีเพศสัมพันธ์) และประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดจะลดหลั่นกันมาตามช่วงเวลา ดังนั้นหากต้องการคุมกำเนิดด้วยการใช้ยา ควรเลือกใช้ยาคุมกำเนิดแบบปกติ ร่วมกับการคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่น ๆ เช่น ถุงยางอนามัย ห่วงอนามัย จะปลอดภัยและได้ประสิทธิภาพมากกว่า

ขอย้ำอีกทีว่ายาคุมฉุกเฉินควรกินในกรณีฉุกเฉินจริง ๆ เท่านั้นนะคะ ดังนั้นสาว ๆ ที่ต้องการคุมกำเนิดในระยะยาว ควรเลือกวิธีคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่น ๆ เช่น ยาคุมกำเนิด ยาฉีดคุมกำเนิด หรือทางที่ดีก็ควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ซึ่งจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ด้วย
#ผู้หญิงไม่ยอมแพ้  #NeverSurrender

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ทวิตเตอร์ Thidakarn 
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล