สาวๆ หลายคนคงจะประสบปัญหาปวดท้องแทบตาย ปวดจนยืดตัวแทบไม่ได้ หลังก็ปวด คอก็ปวด ดีไม่ดีบางทีท้องเสียพ่วงด้วย แถมคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้อีก เผลอเหวี่ยงใส่ชาวบ้านแบบลืมตัว วันนี้เราเลยเอาวิธีจัดการวันนั้นของเดือนมาฝากกันค่ะ

1.จัดการกับอาการปวดท้องก่อน

– อาหาร ทานของร้อน ดื่มน้ำอุ่น น้ำสมุนไพร และชาสมุนไพร หลีกเลี่ยงของทอด ของมัน น้ำเย็นๆ ไอศกรีมโดยเลือกอาหารที่ย่อยง่าย มีรสอ่อนๆ
– อุปกรณ์ช่วยบรรเทาอาการปวด “ถุงน้ำร้อน” และ “แผ่นแปะให้ความร้อน” ทั้งสองอย่างนี้สามารถช่วยได้ดีทีเดียว
– ยาแก้ปวด ทานไปแปปเดียวก็เห็นผลทันที แต่ทานบ่อยอาจไม่ดีต่อสุขภาพนะคะ

2. จัดการกับอาการข้างเคียง!
ถ้าคุณมีอาการบวมน้ำในช่วงมีประจำเดือน ให้งดอาหารเค็ม เน้นอาหารที่มีโปรตีนและวิตามินบี 6 อาหารไฟเบอร์สูง ถ้าเป็นไปได้ งดกาแฟและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะช่วยได้มากเลยล่ะค่ะ สำคัญคืออย่าลืมออกกำลังกายเบาๆ อย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 ครั้ง ครั้งหนึ่งไม่ต่ำกว่า 20 นาที จะช่วยคลายกล้ามเนื้อและขับน้ำส่วนเกินออกไปได้ด้วย!
แต่ถ้าคุณหิวบ่อยๆ หิวทั้งวัน อยากของหวานและหยุดไม่ได้ อาจพ่วงด้วยอาการปวดหัววิงเวียน แบบนี้เกิดจากการที่สารเซโรโธนินลดลงตั้งแต่ก่อนที่ประจำเดือนจะมาแล้วล่ะ! ร่างกายเลยต้องการคาโบไฮเดรตมากกว่าปกติ เพราะฉะนั้นเน้นข้าว เน้นแป้งค่ะ เอาให้อิ่มๆไปเลย! ถ้ามัวแต่กินเค้ก ช็อคโกแลต ระวังน้ำหนักตามมาไม่รู้ด้วย!

3.จัดการกับอารมณ์
อารมณ์ที่แปรปรวนก็เป็นปัญหา บางทีมาจากอาการค้างเคียงทั้งหลายที่รุมเร้า แต่บางครั้งมาจากฮอร์โมนในร่างกายเราที่แปรปรวน คุมกันยาก แต่ใช่จะทำไม่ได้นะคะ ทางที่ดีคือการควบคุมอารมณ์ในส่วนที่เราจัดการได้นั่นเองค่ะ ตื่นมาตอนเช้า อาบน้ำด้วยน้ำอุ่น แต่งตัวเสร็จแล้วพยายามทำตัวเองให้อยู่ในสภาพที่อารมณ์ดีๆ ค่ะ อาจเปิดเพลงเพราะๆ ฟังระหว่างอาบน้ำ เลี่ยงการฟังข่าวที่ทำให้เครียด การเริ่มต้นวันใหม่ที่ดี จะทำให้อารมณ์ดีไปได้ทั้งวันเลยล่ะ!
นอกจากนั้น การกินยาคุมกำเนิด สามารถช่วยลดอาการ PMS และ PMDD ได้ โดยเลือกกินยาคุมกำเนิดฮอร์โมนต่ำ ชนิด 24+4 ซึ่งยาคุมจะช่วยคุมความแปรปรวนของระดับฮอร์โมนในร่างกาย ให้ผู้หญิงอย่างเรามีอารมณ์แจ่มใส ไม่เหวี่ยงวีนแม้ในช่วงใกล้ถึงวันนั้นของเดือนอีกด้วย
4.จัดการกับ “ตัวเอง”
สิ่งสำคัญ คือ คุณต้องรู้จักสำรวจ ว่าลักษณะประจำเดือนคุณเป็นยังไง? มีอะไรผิดปกติไหม? มากผิดปกติรึเปล่า? มาถี่เกินไปไหม? ถ้ามันผิดปกติ ควรพบแพทย์ เผื่อมีความผิดปกติกับร่างกายจะได้รักษาให้ทันท่วงที และเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุด้วยนะคะ