สาวๆ หลายคนคงเคยรู้สึกว่าตัวเองดูบวมๆ อ้วนอืด มีพุง ท้องป่องผิดปกติกว่าทุกวัน แถมยังน้ำหนักขึ้นอีก ทั้งที่ทานอาหารเท่าเดิม อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดเพราะอ้วนขึ้น แต่อาจเป็นอาการ “บวมน้ำ” ก็เป็นได้ ดังนั้นมาทำความรู้จักอาการเหล่านี้กัน

 

อาการบวมน้ำ คือ?

การที่ร่างกายเก็บกักน้ำไว้เป็นจำนวนมาก และการที่ร่างกายได้รับน้ำเยอะ แต่ไม่ใช่จากการที่เราดื่มน้ำมากเกินไป อาการบวมน้ำเกิดจากของเหลวที่ควรเดินทางผ่านหลอดเลือด และน้ำเหลืองกลับซึมเข้าสู่เซลล์และช่องว่างระหว่างเซลล์ ซึ่งในร่างกายของคนเราจะสามารถรักษาระดับความสมดุลของน้ำในร่างกายได้อย่างธรรมชาติ โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการบวมน้ำนั้นมีหลายสาเหตุ เช่น ทานอาหารรสเค็มจัด, ทานอาหารที่มีโซเดียมสูง, ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น

 

ทำไมช่วงมีประจำเดือนมักมีอาการบวมน้ำ?

ในช่วงมีประจำเดือนจะเป็นช่วงที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนไม่สมดุลกัน จึงทำให้ร่างกายสะสมของเหลวมากกว่าปกติ ซึ่งทำให้สาวๆ เกิดอาการบวมน้ำและอาจมีอาการท้องอืดร่วมด้วย

 

สำหรับวิธีลด “อาการบวมน้ำ” ก็มีหลายวิธี ให้สาวๆ เลือกทำตามกัน

1. การเลือกรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิด สำหรับสาวๆ ที่ใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดอยู่แล้ว เพียงแค่เลือกยาคุมที่เป็นสูตร 24/4 (เม็ดฮอร์โมน 24 เม็ด และเม็ดแป้ง 4 เม็ด) ที่มีปริมาณเอสโตรเจนต่ำ และโปรเจสโตเจนชนิดที่ออกฤทธิ์ต้านการบวมน้ำได้ ซึ่งจะช่วยลดอาการบวมน้ำหรืออ้วนก่อนมีประจำเดือน อีกทั้งยังช่วยลดอาการก่อนมีประจำเดือน (PMS) เช่น อาการปวดท้องประจำเดือน, คัดตึงหน้าอก, สิวขึ้น, อารมณ์หงุดหงิด ได้อีกด้วย

 

( ขอบคุณภาพจาก sudsapda.com)

2. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีโซเดียมสูง โดยเฉพาะอาหารรสเค็มและอาหารกึ่งสำเร็จรูป ซึ่งอาหารประเภทนี้มีโซเดียมสูง ทำให้ร่างกายเกิดการกักเก็บน้ำไว้เพื่อขับโซเดียมส่วนเกินออกทางไต

 

3. ดื่มน้ำให้มากขึ้น โดยจิบน้ำครั้งละน้อย บางคนอาจคิดว่าการดื่มน้ำจะเพิ่มอาการบวมน้ำมากขึ้น อันที่จริงแล้วการที่เราดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวันนั้นจะช่วยให้เราขับปัสสาวะและเจือจางโซเดียมออกจากร่างกายได้เร็วขึ้น

 

 

4. ออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำ จะช่วยลดอาการบวมน้ำได้ เพราะน้ำในสระจะเป็นแรงดันน้ำส่วนเกินจากเนื้อเยื่อออกไปนั่นเอง

 

แต่ละวิธีก็ทำตามกันได้ไม่ยาก สาวๆ ลองไปทำตามดูได้ แล้วอาการบวมน้ำก็จะไม่มากวนใจอีกต่อไป ^^

 

#ผู้หญิงไม่ยอมแพ้  #NeverSurrender