เป็นกันมั้ย จู่ๆ ท้องป่อง กางเกงที่เคยใส่ได้สวยเป๊ะดันคับขึ้นมาแบบไม่มีเหตุผล นี่เราอ้วนขึ้้นหรือเป็นอะไรรึเปล่านะ?

คำถามเหล่านี้เวียนวนมาทุกครั้ง ในช่วงรอบเดือน ถึงแม้ว่าจะออกกำลังกาย กินอาหารมีประโยชน์ หรือพักผ่อนให้เพียงพอแล้ว ยังประสบพบเจอปัญหาบวมน้ำ หรือ อาการตัวบวมในช่วงรอบเดือน กินน้อยแต่พุงไม่ยุบ ท้องอืด รู้สึกอึดอัด ทำให้มีปัญหาในการแต่งตัว เสื้อผ้าที่เคยว่าใส่แล้วสวย ใส่แล้วมั่นใจกลับคับแน่น รู้สึกอึดอัดพุงป่อง บางทีก็ทำให้เกิดอาการนอยด์ไปหลายวัน

หากใครกำลังเจอปัญหาเหล่านี้อยู่ อย่าเพิ่งกังวลไป เพราะนี่คือ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงก่อนมีประจำเดือน ซึ่งมีผลมาจาก การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรน เมื่อฮอร์โมนเพศไม่สมดุล ทำให้ร่างกายกักเก็บของเหลวเอาไว้ในร่างกายมากกว่าปกติ และดูตัวบวมๆกว่าเดิม ซึ่งเป็นปัญหาที่ผู้หญิงหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ใช่ว่าเราจะแก้ไขไม่ได้นะจ๊ะ วันนี้เรามี 6 วิธีแก้ไขปัญหาอาการบวมน้ำในช่วงฮอร์โมนเปลี่ยนมาฝาก

 

1. หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็มจัดเพราะโซเดียมจะทำให้ร่างกายบวมน้ำและท้องอืด

หากเริ่มรู้สึกว่ากำลังเข้าสู่สภาวะตัวบวม แนะนำให้เพื่อนๆ หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด รสเค็ม หรือ อาหารเวฟ ที่มีผงชูรสเยอะๆ นะคะ เพราะเจ้าความเค็มทั้งหลายเหล่านี้นี่แหละ ที่ส่งผลทำให้เกิดสภาวะตัวบวมและท้องอืด เนื่องจากร่างกายเราจะได้รับโซเดียมมากเกินไป ยังไงซะลองลด อาหารที่มีส่วนผสมของผงชูรส หรือ รสเค็ม รสจัด แล้วจะรู้สึกได้เลยว่าร่างกายกลับเข้าสู่สภาวะปกติไวขึ้น

 

2. เลือกใช้ยาคุมปรับฮอร์โมน

ภาพประกอบ ยาคุม Synfonia (ซินโฟเนีย) เป็นยาคุมกำเนิดชนิด 24+4 เม็ด (ฮอร์โมน 24 เม็ด เม็ดแป้ง เม็ด)

ช่วงเวลาที่เรากำลังเข้าสู่การเป็นประจำเดือน จะเป็นช่วงที่ฮอร์โมนเปลี่ยน ร่างกายจึงกักเก็บน้ำมากกว่าปกติ การเลือกใช้ยาคุมกำเนิด เป็นอีกวิธีที่นิยมใช้เพื่อปรับฮอร์โมน โดยประเภทที่นิยม รับประทานจะเป็นยาคุมที่เป็นสูตรฮอร์โมนต่ำเนื่องจากมีสรรพคุณที่มีฤทธิ์ต้านการบวมน้ำ ช่วยลดอาการอ้วนบวม  ทำให้หมดกังวลกับอาการที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ เรายังได้ผลพลอยได้คือ ช่วยลดอาการหงุดหงิดง่าย เหวี่ยงวีน หรือ PMS ที่สาวๆ มักเป็นก่อนมีประจำเดือน แถมช่วยเรื่องปัญหาสิว ผิวมันได้อีกด้วย

 

3. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายเป็นยาแสนวิเศษจริงๆ เพราะนอกจากการออกกำลังกายจะช่วยลดอาการตัวบวม เนื่องจากของเหลวในร่างกายกักเก็บของเหลวเยอะเกินไป แล้วยังเป็นการปรับฮอร์โมนในช่วงที่กำลังแปรปรวนได้เป็นอย่างดี

 

4. ดื่มน้ำให้เยอะขึ้น

กำลังคิดกันอยู่ใช่มั้ยว่า การดื่มน้ำ เยอะจะทำให้ตัวบวมรึเปล่า บอกเลยว่า “ไม่” หากรู้จักดื่มให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายตัวเอง อย่างน้อยต้องดื่มวันละ 8 แก้วหรือซื้อน้ำขวดลิตรกินให้หมด เพราะการกินน้ำให้พอดีสามารถขับของเสียได้ ทั้งยังช่วยลดอาการ ท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้อง อึดอัดได้เป็นอย่างดี

 

5. พักผ่อนให้เพียงพอ

ใครทำงานหามรุ่งหามค่ำ ไม่ยอมนอนหลับพักผ่อน ต้องเปลี่ยนแล้วนะคะ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของอาการบวมต่างๆ แถมยังส่งผลกระทบต่อฮอร์โมนแห่งการเจริญเติบโต ซึ่งส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนจุดเริ่มต้นของอาการบวมน้ำนั่นเอง

 

6. พรางรูปร่างด้วยเสื้อผ้า

รอเวลาให้อาการตัวบวมหายตามธรรมชาติต้องใช้เวลานิดนึง แต่ถ้าหากไม่อยากรอเวลาแล้วล่ะก็ การเลือกใส่เสื้อผ้าที่พรางหุ่นที่ดูบวมๆ หรือ แต่งหน้าทำผม หาชุดที่พรางรูปร่างที่บวมน้ำ สำรวจร่างกายของตัวเองว่า ช่วงนี้ควรแต่งตัวยังไง จึงเป็นอีกวิธีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างดีเยี่ยม

ตอนนี้ก็รู้ต้นเหตุของอาการบวมน้ำกันแล้วก็เลิกนอยด์กันได้แล้วนะ บอกแล้วว่าอาการบวมน้ำ ท้องอืด จากฮอร์โมน เนี่ย มีวิธีแก้ตั้งเยอะ หากเพื่อนๆประสบปัญหาเหล่านี้อยู่ลอง ใช้แนวทางแก้ปัญหาตามที่เราเสนอให้ดูนะคะ จะได้กลับมาแต่งตัวให้สนุกสุดเหวี่ยง มีความสุขกับรูปร่างของตัวเองมากขึ้น

 

ขอบคุณข้อมูลจาก Jeab.com