พูดถึงไอดอลสายสุขภาพยุคนี้ หลายๆ คนต้องพูดถึงชื่อ “เบเบ้- ธันย์ชนก ฤทธินาคา” เจ้าของเพจ Bebe Fit Routine และเน็ตไอดอลยุคแรก ดีกรีเกียรตินิยม 1 ทั้งปริญญาตรีและปริญญาโท ที่มีจุดเริ่มต้นในการออกกำลังกายจากแค่อยากมีหุ่นที่ดีที่สุดในวันแต่งงานภายใน 6 เดือน

 

“ จุดเริ่มต้นการออกกำลังกายของเบก็เรียบง่ายเลย

คืออยากมีหุ่นดีในวันแต่งงาน เพื่อใส่ชุดแต่งงานให้ดูดีที่สุด

ตอนนั้นเบอายุประมาณ 27-28 แล้วอีก 6 เดือนก็จะถึงวันแต่งงานแล้ว

เบกับสามีเลยชวนสมัครคอร์ส จองเทรนเนอร์ ออกกำลังกายด้วยกัน 

 

อย่างที่เราเห็นกัน ว่าการออกกำลังกายขอคุณเบเบ้ไม่ได้หยุดเพียงแค่วันแต่งงาน เพราะมันกลายเป็นหนึ่งในชีวิตประจำวันของเธอมาถึง 4 ปีแล้ว และเป้าหมายของการออกกำลังกายของเธอ ก็ได้เปลี่ยนจากการมีหุ่นดีในวันแต่งงานเป็น “การดูแลตัวเอง”

 

“ คือการออกกำลังกายกลายเป็นชีวิตประจำวันไปแล้ว

ถึงจะผ่านวันแต่งงานไป 4 ปี เบก็ยังทำอยู่

แต่ไม่ได้ทำเพื่อหุ่นดีเพียงอย่างเดียวแบบแต่ก่อน

เราทำเพื่อการดูแลตัวเองแล้ว 

 

 

คุณเบเบ้มองว่าความแน่วแน่ในเป้ามายที่ตั้งไว้คือกุญแจสำคัญของความสำเร็จ เพราะมันจะนำไปสู่การวางแผนที่ชัดเจน ทำให้เราทำทุกอย่างได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน แต่ถึงอย่างนั้นต้องมีความรู้ในสิ่งที่จะทำเพียงพอ เพราะครั้งหนึ่งเธอเคยลดความอ้วนในวิธีผิดๆ ไม่ดีต่อร่างกาย ทั้งอดข้าว ไม่กินเนื้อสัตว์ จนทำให้ผมร่วง ผมบาง ผิวพรรณไม่สดใส ผอมแต่ดูโทรม

 

“ จริงๆ เบไม่ได้เป็นคนหุ่นดีมาก่อน

แค่เป็นคนตัวเล็กที่ต้องทำงานหน้ากล้อง

ที่ถูกปลูกฝังค่านิยมว่าต้องผอมถึงจะดูดี

และการอยู่บนหน้าจอเราจะดูอ้วนกว่าตัวจริงระดับหนึ่ง

 เลยต้องยิ่งผอมลงไปอีก

ตอนนั้นเบอดข้าว ไม่กินเนื้อสัตว์ เพื่อจะได้ผอมตามค่านิยม

ผลที่ได้คือผอมจริง แต่ผมร่วง ผมบาง หน้าตาไม่สดใส

เบมองว่าตอนนั้น หุ่นเบไม่ได้ดีเลย… 

 

เพราะคุณเบเบ้มีความชัดเจนในการดูแลตัวเอง ทำให้เธอไม่ได้เคร่งครัดเพียงแค่การออกกำลังกาย แต่ในเรื่องของอาหารก็ไม่แพ้กัน เพราะทุกอย่างที่ทำมันเป็นวงจนต่อเนื่องกัน ถ้าเรากินของที่ไม่ดี อย่างเช่น มีไขมันทรานส์เยอะไป หรือมีน้ำตาลเกินความต้องการ เราก็ต้องออกกำลังกายให้หนักเพื่อเบิร์นสิ่งเหล่านั้นออก ทำให้เรารู้สึกว่า เราเลือกกินของดีไปเลยดีกว่า เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการอย่างรวดเร็ว

 

“ อย่างที่เบบอกไป ว่าเบเป็นคนดูแลตัวเอง

ซึ่งการดูแลตัวเองไม่ใช่แค่การออกกำลังกาย

มันรวมถึงการกิน เสื้อผ้า หน้าผม ผิวพรรณ

อย่างเรื่องการกิน เบจะเลือกกินแต่ของดีๆ

เพราะถ้ารู้ตัวว่ากินของไม่มีประโยชน์เข้าไป เบจะออกกำลังกายเพื่อทดแทน

พอมันเป็นแบบนี้ เบเลยมองว่าเลือกกินแต่ของดีๆ

ครบถ้วนตามที่ร่างกายต้องการไปเลยดีกว่า จะได้ไม่ต้องมาเบิร์นที่หลัง

ส่วนเรื่องหน้าผม ผิวพรรณ เบก็จะเน้นเรื่องความสะอาดเป็นสำคัญค่ะ  

 

การออกกำลังกายไม่ได้เปลี่ยนแปลงคุณเบเบ้แค่ในเรื่องหุ่นเพียงเท่านั้น ผลลัพธ์ด้านสุขภาพก็ดีไม่แพ้กัน  เพราะการออกกำลังกายเป็นการใช้พลังงาน พอได้เผาผลาญเต็มที่ก็จะทำให้เรากินอาหารได้เยอะขึ้น นอนหลับสบาย ก็ทำให้ตอนเช้าเราตื่นมาอย่างสดชื่น ก็เลยไม่หงุดหงิดง่าย ประสิทธิภาพในการทำงานก็มากขึ้น สุขภาพจิตของเราก็จะดีไปโดยปริยาย ทุกอย่างมันเกี่ยวเนื่องกันไปหมด

 

“ พอได้ออกกำลังกาย ผลลัพธ์ที่เบเห็นมากที่สุดเลยคือเรื่องสุขภาพ

พอได้ออกแรง ทำคาร์ดิโอ ก็ทำให้เบกินข้าวได้มากขึ้น นอนหลับได้ดีขึ้น

ตื่นมาตอนเช้าเราก็เฟรชพร้อมทำงาน

สุขภาพจิตก็ดีค่ะ เพราะการมีหุ่นดีทำให้เบมั่นใจในการเป็นตัวเอง 

 

อย่างที่เห็นว่าก่อนที่จะมาเป็น Bebe Fit Routine ผ่านการตั้งเป้าหมาย ศึกษาวิธีการจากผู้เชี่ยวชาญ อย่างเรื่องการออกกำลังกายคุณเบเบ้จะศึกษาด้วยตนเองก่อน แล้วค่อยปรึกษาเทรนเนอร์ในเชิงลึก รวมถึงเรื่องอื่นๆ ก็เช่นกัน เธอก็จะหาข้อมูลก่อน อาจจะหาเคสที่ใกล้เคียง และสอบถามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญอย่างละเอียด ยิ่งเป็นเรื่องสุขภาพของผู้หญิง ยิ่งต้องเข้าหาผู้เชี่ยวชาญ โดยอาจเริ่มจากการปรึกษาที่ร้านขายยาที่มีป้าย PHARMASIS – ร้านยาที่เข้าใจผู้หญิง เพราะป้ายนี้การันตีได้ว่าที่นี่มีผู้เชี่ยวชาญทุกเรื่องสุขภาพของผู้หญิง พร้อมตอบทุกข้อสงสัยด้วยความรู้ ความเข้าใจ ทำให้รู้สึกสบายใจ ไม่รู้สึกเขิน แม้จะเป็นคำถามละเอียดอ่อนก็ตาม

 

“ สำหรับเบแล้วอะไรที่จะเอาเข้าปากเป็นเรื่องสำคัญมาก

เราต้องรู้ข้อมูลทั้งหมดก่อนที่จะกินอะไรเข้าไป

ถ้าเป็นในกรณีของยา ยิ่งไม่ใช่เรื่องที่จะลองผิดลองถูก

โดยอาจเซิร์ชหาเคสที่มีอาการคล้ายๆ เรา ในอินเตอร์เน็ตไปก่อน

แต่ยังไงต้องถามผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะจะดีที่สุด 

 

 

แต่บางอย่างก็ยากที่จะถาม อย่างเรื่องสุขภาพเฉพาะผู้หญิง ปฏิเสธไม่ได้ว่าว่าผู้หญิงหลายๆ คนยังรู้สึกอายที่จะสอบถามผู้เชี่ยวชาญหรือแม้กระทั่งคนใกล้ตัว ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะค่านิยมของสังคม อย่างตัวคุณเบเบ้เอง แม้จะทำงานเป็นอาจารย์อยู่ใกล้ชิดกับเด็กๆ แต่ก็ไม่มีเด็กคนไหนจะปรึกษาเรื่องส่วนตัวกับอาจารย์ที่ปรึกษา หรือแม้กระทั่งครอบครัวเองก็ไม่พูด ดังนั้นเราการสร้างค่านิยมกล้าถาม กล้าปรึกษากับผู้รู้ เป็นเรื่องที่ควรปลูกฝัง

 

“ ถ้าเป็นเรื่องเชิงลึก ก็ไม่มีเด็กคนไหนขอคำปรึกษานะคะ

เด็กส่วนใหญ่ก็จะถามเรื่องทั่วไปอย่างการออกกำลังกาย

มันเป็นเรื่องปกติที่จะไม่ถาม

ได้แต่หวังว่าเค้าจะกล้าถามกับผู้รู้โดยตรงค่ะ 

 

จากเรื่องราวทั้งหมด เราจะเห็นได้ว่าคุณเบเบ้เป็นคนมุ่งมั่นในสิ่งที่ทำ ไม่ว่าเรื่องอะไรที่ได้ตั้งเป้าหมายแล้ว ก็จะหาวิธีการจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ รวมถึงจากผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ โดยตรงด้วยความรอบคอบ สาวๆ คนไหนที่อยากเห็นเหมือนคุณเบเบ้ ลองนำเคล็ดลับจากผู้หญิงคนนี้ไปใช้กันดูนะคะ แล้วจะเห็นผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงเลยค่ะ