ปัญหาผิวหน้าเป็นปัญหาหนักอกของสาวๆ หลายคน ก็เราเกิดมามีแค่หน้าเดียวใช่ไหมล่ะคะ ก็ต้องดูแลให้ดีที่สุด แต่ถึงจะดูแลดีแค่ไหน ปัญหาผิวก็อาจจะเกิดขึ้นได้ วันนี้เราจะมาให้ข้อมูลสาวๆ ที่มีปัญหาเรื่องสิว ผิวมัน จุดด่างดำผิวหน้าไม่ใส ใช้ครีมอะไรก็ไม่ได้ผลสักที เพราะปัญหาต่างๆ เหล่านี้อาจเกิดจากฮอร์โมนไม่สมดุลก็เป็นได้นะคะ พร้อมกับพูดคุยกับ คุณหมอธนวรรธน์ (นพ.ธนวรรธน์ แสงนักธรรม) สูตินารีแพทย์ โรงพยาบาลราชวิถี ที่จะมาให้คำแนะนำเพื่อความสวยเต็ม 10 10 10

ก่อนอื่นเรามาดูสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวกันก่อนดีกว่าค่ะ สาเหตุหลักๆ มี 2 ปัจจัยใหญ่ๆ อย่างแรกคือปัจจัยภายนอก เช่น ฝุ่นควัน อากาศ ความร้อน รวมถึงการดูแลใบหน้า เรื่องพวกนี้เป็นสิ่งที่เราสามารถหาวิธีรับมือได้ไม่ยากนัก ส่วนอีกปัจจัยเป็นสิ่งที่หลายคนมองข้าม หรือบางทีอาจจะยังไม่รู้คือ ปัจจัยภายใน ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจาก “ฮอร์โมน”  นั่นเองค่ะ

 

ฮอร์โมนที่เป็นต้นเหตุของปัญหาผิวหน้าที่สำคัญคือ “Estrogen” (เอสโตรเจน) หรือฮอร์โมนเพศหญิง และ “Testosterone” (เทสโทสเทอโรน)  ถึงแม้ฮอร์โมนตัวนี้จะเป็นฮอร์โมนเพศชาย แต่ผู้หญิงอย่างเราก็มีนะคะ และถ้ามีมากเกินไปมันจะทำให้ต่อมไขมันกระตุ้นให้ผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น  พอหน้ามันสิวก็ตามมานั่นเองค่ะ

 

5 ปัญหากวนใจหากฮอร์โมนไม่สมดุล

  1. ผิวมัน

ผิวมันเป็นปัญหาเริ่มต้นของปัญหาผิวทั้งมวล แล้วผิวมันเกิดขึ้นได้อย่างไรหรอคะ?… จริงๆ แล้วปัญหาผิวมันเกิดขึ้นได้หลายปัจจัย แต่หนึ่งในนั้นคือ ฮอร์โมน “Testosterone” (เทสโทสเทอโรน) ที่เป็นฮอร์โมนเพศชายสูงขึ้นก็จะทำให้ผิวเรามีความมันเพิ่มมากขึ้น เมื่อเราผิวมันแล้วต้องออกไปเจอกับมลภาวะภายนอกก็อาจก่อให้เกิดสิวตามมานั่นเอง

  1. เป็นสิว

อย่างที่บอก พอฮอร์โมนไม่สมดุล ก็จะทำให้เราหน้ามัน รูขุมขนก็อุดตัน และเกิดสิวตามมาค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนมีประจำเดือน  เป็นช่วงที่ฮอร์โมน “Testosterone” (เทสโทสเทอโรน) เพิ่มสูงขึ้น ช่วงนี้เลยต้องรักษา ดูแลผิวให้มากกว่าเดิม

  1. ผิวแห้ง

มีหลายสาเหตุ ทั้งพันธุกรรม สภาพอากาศ หรืออาจจะเกิดจาก “ฮอร์โมนไทรอยด์” ก็ได้ เพราะถ้ามีฮอร์โมนนี้น้อยไป จะผิวแห้ง หยาบกร้านได้ และอาจจะมีปัญหาริ้วรอยตามมา

  1. จุดด่างดำ

หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดจุดด่างดำ มักเกิดจากฮอร์โมน “Estrogen” (เอสโตรเจน) ที่สูง จะสังเกตุได้อย่างเช่น คนที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ ก็จะทำให้เกิด ฝ้า หรือพวกจุดด่างดำได้ เพราะมีฮอร์โมนตัวนี้มากนั่นเอง

  1. ริ้วรอย

นอกจากอายุที่เพิ่มขึ้นและมลภาวะแล้ว ฮอร์โมน “Estrogen” (เอสโตรเจน) ยังเป็นอีกหนึ่งตัวการที่ทำให้เกิดปัญหานี้ได้ด้วย ซึ่งฮอร์โมน “Estrogen” (เอสโตรเจน) จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเพิ่มความเด้ง เต่งตึงให้ผิว ที่ใครๆ พูดกันว่า หน้าดูเด็ก แต่ในทางกลับกัน ถ้าเรามีฮอร์โมน “Estrogen” (เอสโตรเจน) น้อย ริ้วรอยก็จะถามหาได้

วิธีปรับฮอร์โมนให้สมดุล มีอะไรบ้าง

  1. ปรับการกิน: เน้นสารอาหารกลุ่มไขมันไม่อิ่มตัว โปรตีนไขมันต่ำ ผักผลไม้ ตัวอย่างเช่น ปลาแซลมอน, ธัญพืช, พืชตระกูลถั่ว, อะโวคาโด เป็นต้น
     

 

2. เปลี่ยนเวลานอน: นอนให้ตรงเวลา ไม่นอนดึก เพราะการพักผ่อนที่เพียงพอมีผลต่อการหลั่งฮอร์โมน
 

 

3. ออกกำลังกาย: อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง นอกจากจะทำให้สุขภาพดียังมีผลต่อฮอร์โมนอีกด้วย

 

 

4. กินยาคุมช่วยได้: เมื่อกินยาคุมจะทำให้ฮอร์โมนสมดุล เพราะในยาคุมบางตัวจะมีฮอร์โมน Progestogen (โปรเจสโตเจน) ที่มีคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัว คือ ช่วยลดฮอร์โมนเพศชาย ทำให้หน้ามันน้อยลง ลดการเกิดสิว ผิวใสขึ้นนั่นเอง
 

 

ส่วนการเลือกใช้ยาคุม คุณหมอได้แนะนำว่าถ้าอยากได้ผลลัพธ์เรื่องผิว ให้เลือกยาคุมที่มีฮอร์โมนที่ช่วยต้านฮอร์โมนเพศชาย

 

นอกจากนี้ ถ้าสาวๆ กำลังเจอปัญหา ลงครีมบำรุงไม่ค่อยซึม แต่งหน้าไม่ติด ไม่อยู่ทน ตกร่อง พอลงรองพื้นก็เกลี่ยยากและเป็นขุย ก็รู้ไว้เลยนะคะว่าถ้าฮอร์โมนไม่สมดุล ผิวเราจะแห้ง หยาบกร้าน ขาดความชุ่มชื้น

ถ้าอยากมีผิวสุขภาพดี ผิวสวยจากภายในสู่ภายนอก ที่เค้าเรียกกันว่า Beauty inside out ต้องใส่ใจเรื่องฮอร์โมนกันด้วยนะคะ