หมดประจำเดือน ตอนอายุเท่าไหร่?

หมดประจำเดือน ตอนอายุเท่าไหร่?

สาวๆ มาเช็กกันเราถึงวัยหมดประจำเดือนแล้วรึยัง?! หลายคนอาจรู้จักคำว่า “วัยหมดประจำเดือน” แต่ไม่ค่อยมีใครรู้เกี่ยวกับช่วงวัยนี้มากนัก ซิสก็พร้อมมาให้คำตอบกันในบทความนี้ และนอกจากการที่ประจำเดือนจะหมดไปในวัยนี้แล้ว วัยนี้ก็เป็นอีกช่วงการเปลี่ยนผ่านของสุขภาพร่างกายอีกด้วย!

อายุเท่าไหร่ถึงจะเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน

จะเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยหมดประจำเดือน หรือที่เรียกว่าวัยทอง ในช่วงอายุ 45 ปีขึ้นไป โดยสามารถสังเกตได้จากสุขภาพ หรืออาการต่างๆ ที่อาจไม่เคยเป็นมาก่อน เช่น อาการร้อนวูบวาบ หรืออาการหลง  ลืม  และอาจมีภาวะทางจิตใจร่วมด้วย เช่น ซึมเศร้า กังวล หรือหงุดหงิด เป็นต้น

วัยหมดประจำเดือน คืออะไร ?

วัยหมดประจำเดือน หรือวัยทอง เป็นภาวะทางธรรมชาติของมนุษย์ทุกคน ที่ร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านร่างกายและจิตใจ โดยในผู้หญิง ร่างกายจะผลิตไข่จากรังไข่น้อยลง และมีระดับฮอร์โมนที่ไม่คงที่ 

ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนเพศน้อยลง (ฮอร์โมนโปรเจสตินและฮอร์โมนเอสโตรเจน) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นฮอร์โมนเอสโตรเจน ทำให้ผู้หญิงทุกคนจะมีประจำเดือนน้อยลง หรือไม่มีประจำเดือนมาอีกต่อไป โดยเมื่อไม่มีประจำเดือนติดต่อกันนาน 12 เดือน ก็จะนับว่าสาวๆ เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนอย่างสมบูรณ์แบบนั่นเอง

อินโฟกราฟิกแสดงระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในช่วงอายุของผู้หญิง ตั้งแต่อายุ 20-80 ปี โดยมีภาพประกอบของผู้หญิงที่มีอาการของวัยหมดประจำเดือน เช่น ช่องคลอดแห้ง ร้อนวูบวาบ อารมณ์แปรปรวน หลับยาก และปวดตามตัว พื้นหลังใช้โทนสีชมพูพาสเทลและสีน้ำเงินเพื่อความสบายตา

โดยวัยหมดประจำเดือนจะแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่

3 ช่วงของวัยหมดประจำเดือน

  1. ช่วงวัยใกล้หมดประจำเดือน 

ช่วงเริ่มต้นของวัยหมดประจำเดือน ซึ่งในช่วงแรกร่างกายบางส่วนจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง เช่น ประจำเดือนจะมาช้าผิดปกติ หรือขาดประจำเดือนไป และฮอร์โมนเริ่มไม่สมดุล ทำให้เกิดอาการผิดปกติขึ้น

อาการเริ่มต้นในวัยหมดประจำเดือน

  • ช่องคลอดเริ่มแห้ง ไม่ชุ่มชื่น
  • มีอาการร้อนวูบวาบ และมีเหงื่อไหลในตอนกลางคืน
  • อารมณ์สวิง มีสภาพจิตใจที่อ่อนไหวมากขึ้น
  • มีอาการหลงลืมง่าย ๆ แม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ
  • รู้สึกปวดเมื่อยตามตัว หรือปวดตามข้อต่อ 
  1. ช่วงวัยหมดประจำเดือน

เมื่อไม่มีประจำเดือนมา 1 ปี ก็จะเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนเต็มรูปแบบ โดยรังไข่จะหยุดผลิตไข่ถวาร ทำให้ไม่มีประจำเดือนอีกต่อไป และฮอร์โมนเพศจะลดลงมากจนส่งผลต่อร่างกาย ซึ่งจะมีอาการคล้ายกับในช่วงเริ่มของวัยหมดประจำเดือน แต่อาการจะหนักกว่าและอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงของโรค และภาวะต่างๆ มากขึ้น

โรค และภาวะที่มักพบในวัยหมดประจำเดือน

  • ภาวะช่องคลอดแห้ง 
  • โรคเบาหวาน
  • โรคไขมันในเลือดสูง
  • โรคความดันโลหิตสูง
  • โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือด
  • โรคกระดูกพรุน
  1. ช่วงวัยหลังหมดประจำเดือน

ในช่วงหลังหมดประจำเดือน ฮอร์โมนในช่วงนี้จะคงที่มากขึ้น และร่างกายก็จะปรับตัวกับสภาวะใหม่ ทำให้อาการในช่วงวัยหมดประจำเดือนดีขึ้น เช่น อาการร้อนวูบวาบจะหายไป หลับได้ง่ายขึ้น เป็นต้น 

แต่อาจมีปัญหาของสุขภาพอื่นๆ แทน แม้ร่างกายจะปรับตัวตามความคงที่ของฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลงแล้ว แต่ก็ยังมีภาวะขาดแคลเซียม ไขมันในเลือด ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคได้

ดูแลตัวเองในวัยหมดประจำเดือน

  • พักผ่อนให้เพียง รักษาโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) 
  • กินอาหารที่มีประโยชน์ และครบทุกหมู่ โดยเน้นอาหารที่มีแคลเซียมสูง ไขมันต่ำ
    • ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต
    • ธัญพืช และถั่ว (ถั่วเหลือง, ถั่วเขียว)
    • ปลาทะเล เช่น ปลาแซลมอน 
    • นม โยเกิร์ต (ไขมันต่ำ)
    • ผลไม้ตามฤดูกาล
  • เสริมวิตามินให้ร่างกาย ดี บี12 ซี เอ อี และแมกนีเซียม
  • ออกกำลังกายเบา ๆ เช่น โยคะ รำมวยจีน หรือวิ่งเหยาะ ๆ

ทั้งนี้วัยหมดประจำเดือนไม่ใช่โรค หรือภาวะอันตราย เพียงมีการเปลี่ยนแปลงในร่างกายตามธรรมชาติ โดยเฉพาะฮอร์โมนเพศที่ผันผวนได้ตลอดเวลา 

ฉะนั้นการรักษาฮอร์โมนในวัยนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก ซึ่งก็มีหลากหลายวิธีในการรักษาฮอร์โมนให้คงที่ เช่น กินอาหารปรับสมดุลฮอร์โมน หรือใช้ยาฮอร์โมนทดแทน ก็จะช่วยบรรเทาอาการต่างๆ ได้ค่ะ 

และหากสาว ๆ คนไหนยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพผู้หญิง สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้ที่.. ‘PHARMASIS’ ร้านขายยาที่เข้าใจผู้หญิง ตามร้านขายยาที่อยู่ใกล้บ้านของทุกคนได้เลยค่ะ 

ค้นหาร้านขายยาที่เข้าใจผู้หญิงใกล้บ้านได้ตามลิงก์นี้เลยนะคะ คลิก

แหล่งข้อมูล :

โรงพยาบาลบางปะกอก : วัยทอง 40+ เช็กไว้…รู้ก่อนรับมือได้

โรงพยาบาลสมิติเวช : อาหารสุขภาพสำหรับวัยทอง

Scroll to Top